รีวิวการเดินทางท่องเที่ยวประเทศศรีลังกา เที่ยวศรีลังกาด้วยตัวเอง ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวศรีลังกา

รีวิวการเดินทางท่องเที่ยวประเทศศรีลังกา  เที่ยวศรีลังกาด้วยตัวเอง ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวศรีลังกา
Sri Lanka Trip Review รีวิวทริป เที่ยวประเทศ ศรีลังกา

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศศรีลังกา ครับผม

สวัสดีทุกท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกของหลวงไข่อีกครั้งนะครับ คราวนี้หลวงไข่พาเที่ยวประเทศศรีลังกาครับ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่อยากไปมานานแล้วเพราะอยากไปทำบุญไหว้พระ พอรู้ว่าแอร์เอเชียเปิดเที่ยวบินไปกลับกรุงเทพฯ-โคลอมโบก็รีบจองตั้งแต่ต้นปี 2555 แต่จองทริปไปตอนเกือบปลายปีคือเดินทางไปวันที่ 10 ตลาคม 2555 และกลับวันที่ 17 ตุลาคม 2555 แต่ก่อนเดินทาง 2 อาทิตย์ผมก็ได้รับข้อความจากแอร์เอเชียเข้ามาทางมือถือว่าเที่ยวบินขากลับวันที่ 17 ตุลาคมจากโคลอมโบกลับกรุงเทพฯถูกยกเลิก เพราะเป็นเรื่องของต้นทุนผู้โดยสารไม่เยอะ เขายกเลิกเที่ยวบินแล้ว วันที่ 10 ตุลาคม 2555 จะเป็นวันสุดท้ายที่แอร์เอเชียบินไปกลับกรุงเทพฯ-โคลอมโบครับ ดังนั้นขากลับ วันที่ 17 ตุลาคม 2555 แอร์เอเชียทำการ Reroute ตั๋วให้ผมขากลับจากโคลอมโบเข้ากัวลาลัมเปอร์ก่อน และ จากกัวลาลัมเปอร์เข้ากรุงเทพฯครับ ทริปนี้ตอนแรกจองไว้ 6 คนแต่สุดท้ายเหลือแค่ 4 คนเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจครับ รวมทั้งหลวงไข่ด้วย แต่พอมีอยู่บ้างก็เลยได้ไปครับ อิๆๆๆ


มาเริ่มกันเลยนะครับ ทริปนี้การเตรียมตัวก็หาตั๋วก่อนนะครับ เพราะหลังจากนี้แอร์เอเชียเลิกบินจากดอนเมืองไปโคลอมโบแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าใครจะไปศรีลังกากับแอร์เอเชียก็ต้องเดินทางเข้ากัวลาลัมเปอร์ก่อนครับ 

จากภาพที่ผมแคปเจอร์มานะครับจะเห็นว่าถ้าเราบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปศรีลังกา เที่ยวบินจะเป็น 11 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นที่กัวลาลัมเปอร์ (เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) เพราะฉะนั้นจากกรุงเทพฯ เราไม่สามารถบินเที่ยวบินแรกจากประเทศไทยไปได้ เพราะเที่ยวแรกจากกรุงเทพฯไปกัวลาลัมเปอร์ จะเป็นเวลา  7:05 น. และถึงกัวลาลัมเปอร์ 10:15 น. ยังไงก็ไม่ทัน 11:00 น.ครับ เพราะกว่าจะผ่าน ตม. เข้า และตม.ออก ใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมง ฉะนั้นต่อไปถ้าจะไปศรีลังกาก็ต้องนอนกัวลาลัมเปอร์ก่อน 1 คืนก่อนครับ แต่เที่ยวกลับไม่มีปัญหาครับสามารถจองโคลอมโบ-กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯเลยครับ 

และจะบอกว่าตอนนี้จะเข้าศรีลังกาก็ต้องขอวีซ่าครับ (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ครับต้องขอวีซ่าเข้าประเทศศรีลังกา)  สามารถขอและกรอกข้อมูลและจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้คนละ 20 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาครับ แต่ถ้าไปขอวีซ่าแบบ On Arrival ก็ได้นะครับที่สนามบินโคลอมโบ แต่ค่าวีซ่าจะเป็นคนละ 25 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกานะครับ ซึ่งถ้าเราจะทำการขอวีซ่าผ่านเว็ปไซต์ก็ให้เข้าไปที่ https://eta.gov.lk/etaslvisa/etaNavServ?payType=1


เข้ามาแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ ก็ให้เลือกที่เมนู Apply อันที่ 2 ของเมนูด้านบนนะครับ


เข้ามาแล้วก็คลิกเลือก I Agree นะครับ แล้วก็เลือก 


หลังจากนั้นหน้าต่างนี้ก็ปรากฎขึ้นมา ให้เลือกอันบนสุดครับคือ Tourist ETA แล้วก็จะเลือกแบบบุคคลเดี่ยว (Apply for an Individual) หรือ ถ้าไปหลายคนก็เลือกกรอกข้อมูลแบบกรุ๊ปครับ (Apply for a Group) แต่ต้องระวังตอนที่กรอกข้อมูลเสร็จแล้วจะมีการให้ Verify ภาพแล้วให้ใส่ตัวเลขตัวอักษร ห้ามใส่ผิดเด็ดขาดครับ (รูปภาพดูค่อนข้างยาก) มิฉะนั้นมันจะ Error ครับ และข้อมูลที่เราตั้งหน้าตั้งตากรอกมาก่อนหน้านี้จะหายไปทั้งหมดครับ ผมโดนมาแล้ว เหงื่อตกครับ เลยแก้ปัญหาด้วยการกรอกข้อมูลแบบรายบุคคลแทนครับ เพราะถ้า Error จะได้ไม่หงุดหงิดเสียอารมณ์เท่ากับการกรอกข้อมูลเยอะๆแบบกรุ๊ป ยังไงก็สู้ๆนะครับ ถ้าจ่ายตังค์ผ่านแล้วเราก็จะได้ลิงค์มาให้ปริ๊นท์วีซ่า และส่งคอนเฟิร์มมาให้เราทางเมล์ด้วยครับ ซึ่งวีซ่าที่ได้ หน้าตาจะเป็นแบบนี้นะครับ 


ส่วนเรื่องอื่นก็หลังจากที่หลวงไข่ไปศรีลังกามาแล้วขอบอกเลยนะครับว่าควรเอาสิ่งเหล่านี้ไปกับคุณด้วยเป็นอย่างยิ่ง

1.ช้อนกินข้าวครับ เอาหางสั้นไปก็พอครับ ไม่ต้องเอาส้อมไปเดี๋ยวเขาไม่ให้ผ่านตอนเอากระเป๋าผานเครื่องเอ็กซ์เรย์ที่สนามบินเพราะเป็นอาวุธได้ ที่ให้เอาช้อนไปเพราะทุกอย่างที่ศรีลังกาใช้มือเปิบครับ ซื้อข้าวใส่ห่อมาก็ต้องเปิบครับ ยกเว้นที่โรงแรมจะมีช้อนให้ 

2.ร่มหรือเสื้อกันฝนครับ เอาคันเล็กๆไปก็ได้ครับ ได้ใช้แน่นอน ฝนตกค่อนข้างบ่อย แต่บางวันก็ตกนิดหน่อย เผื่อๆไว้ครับ (วันที่ผมไปสิกิริยา แดดร้อนมาก พอตอนเย็นฝนลงหนักมาก) เพราะฉะนั้นก็เอาหมวกกันแดดไปด้วยครับถ้าไม่อยากกางร่มหลบแดด ที่โพลอนนารูวาก็ร้อนมากๆครับตอนเข้าชมสถานที่

3.ตามแหล่งท่องเที่ยวบางที่ เช่นในวัดพระศรีมหาโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระจะมีคนศรีลังกาชอบขอตังค์คนไทยนะครับ  บอกว่าขอเอาไว้เป็นที่ระลึก หรือบางทีก็ขอ 100 บาทบอกต้องเลี้ยงลูกหลายคน ให้เยอะๆก็เสียดายครับ แลกแบงค์ 20 ไปเยอะๆเลยครับ หรือเอาไว้ให้ทิปพนักงานโรงแรมก็ได้ครับ บอกว่าไม่เหลือเงินศรีลังกาแล้ว เหลือแต่เงินไทย เขาก็ต้องจำใจยอมรับครับ (แผนสูง อิๆๆ) แต่บางทีผมก็โดนขอปากกา ก็เตรียมอันถูกๆก็ได้ครับ จะได้ผูกมิตรกับเขา คนศรีลังกาน่ารักนะครับ จริงๆ อันนี้ หลวงไข่คอนเฟิร์มครับ 

4.สเปรย์กันยุงนะครับ หรือแบบครีมทาก็ได้ แต่ผมไม่มีปัญหากับยุงเลย แต่คุณพี่สุรชัยกับพี่ทิพย์ที่ไปด้วยกัน ประสบปัญหากับยุงเยอะมากครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

5.ถ้าใครติดกาแฟก็ควรเตรียมกาแฟไปด้วยครับ เพราะหากินยาก มีแต่ชา กาแฟที่โรงแรมก็ไม่อร่อยครับ ใส่อะไรปนมาก็ไม่รู้ กลิ่นแปลกๆครับ 

6. มาม่าคัพ ครับ เตรียมไปกรณีที่คุณกินอะไรไม่ได้เลย คุณจะได้เอาไว้ประทังชีวิต หรือหมูหยอง (เอาไปกินกับข้าวแบบศรีลังกาที่เป็นห่อๆ เข้ากั๊นเข้ากัน)

7.น้ำพริกก็ดีนะครับ เอาแบบแห้งๆไปก็ได้ เผื่อกินอะไรไม่ได้เลย 

8.หนังสือนำเที่ยวศรีลังกาผมว่าหาที่เป็นภาษาไทยยากมาก มีรู้จักอยู่เล่มเดียวที่เป็นข้อมูลให้ผมได้ และข้อมูลของสถานที่ทุกอย่างในหนังสือเล่มนี้กล่าวไว้ค่อนข้างละเอียดครับ แต่ไม่ได้บอกวิธีการเดินทางไปชมแต่ละสถานที่นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ก็ซื้อเล่มนี้มาอ่าน



ของดีศรีลังกาของลังกากุมารครับ เล่มละ 300 บาทซื้อได้ที่ร้าน Se-Ed ครับ แต่ถ้าวิธีเดินทางต้องอ่านบล็อกของผมนะครับ อิๆๆๆ
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ก็แล้วแต่บุคคลนะครับ ส่วนหลวงไข่ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนักกับอาหารศรีลังกาก็เลยทานได้ แต่ตอนแรกก็กล้าๆกลัวๆเหมือนกันครับ เพราะเน้นเครื่องเทศซะส่วนใหญ่ ตอนหลังกินไปกินมาก็อร่อยดีเหมือนกันครับ ทำใจรับได้เองโดยอัตโนมัติครับ 

ได้ตั๋วเครื่องบิน ได้วีซ่าแล้วก็มาถึงขั้นจองโรงแรมแล้วครับ เพราะไม่อยากจะไป walk-in หาโรงแรมให้ลำบาก หรือโดนพวกตุ๊กๆ มันพาไปฟันหลอกเอาค่าคอมมิชชั่นให้เสียอารมณ์เล่น หลวงไข่ก็เลยจองห้องไว้ทั้งหมดแล้วครับ กับอโกด้า ซึ่งก่อนไปก็วางแผนไว้หมดแล้วครับว่าแต่ละที่จะอยู่กี่คืน ซึ่งทุกท่านสามารถเลียนแบบได้เลยครับ ไม่มีอะไรยากแน่นอนครับ (ใครอยากทำบัตรเครดิตติดต่อผมมานะครับ ไว้ใช้จ่ายแบบออนไลน์หรือ จองโรงแรม จะได้สะดวกๆ นะครับ ไม่ต้องยืมบัตรเครดิตคนอื่น อิๆ)

ที่ผมจองไว้มีดังนี้ครับ 
วันที่ 10 ตุลาคม เดินทางจากโคลอมโบไปอนุราธปุระโดยรถไฟ พักที่ Panorama Rest Hotel ครับ 
วันที่ 11 ตุลาคม เที่ยวเมืองอนุราธปุระ และ เมือง มิหินตะเล พักที่ Panorama Rest Hotel อีก 1 คืนครับ
วันที่ 12 ตุลาคม เดินทางจากอนุราธปุระไปเมืองโพลอนนารูวาด้วยรถบัส พักที่ Rock Cascade Home Stay  ที่นี่ผมประทับใจมากครับ เพราะว่าเจ้าของชื่อคุณนิชานติ น่ารักมากครับ Strong Recommend ครับที่นี่
วันที่ 13 ตุลาคม เดินทางจากโพลอนนารูวาไปสิกิริยา พักที่ Sigiriya View Resort ครับ โรงแรมออกแบบคล้ายๆอยู่ในป่า สวยดีครับ มองเห็นพระราชวังลอยฟ้าจากโรงแรมเลยครับ 
วันที่ 14 ตุลาคม เดินทางจากสิกิริยา เที่ยว วัดดัมบุลล่า และเดินทางเข้าเมืองแคนดี้ด้วยรถบัส ดูระบำแคนดี้ พักที่ Settle Inn Tourist Lodge ครับ ห้องสะอาดมากสวยมากชอบห้องที่นี่มากที่สุดครับ
วันที่ 15 ตุลาคม ชมวัดพระเขี้ยวแก้ว ช็อปปิ้งเมืองแคนดี้ครับ พัก Settle Inn Tourist Lodge อีก 1 คืนครับ
วันที่ 16 ตุลาคม เดินทางจากเมืองแคนดี้ เข้า โคลอมโบด้วยรถไฟ เที่ยววัดคงคาราม เดินทางต่อด้วยรถบัสไปพักที่เนกอมโบครับ เพราะอยู่ใกล้สนามบินมากกว่า (สนามบินศรีลังกาอยู่ในเมืองเนกอมโบนะครับ ไม่ใช่โคลอมโบ) คืนนี้พักที่ Ceylonica Beach Hotel ครับ
วันที่ 17 ตุลาคม เดินทางจากโคลอมโบ - กัวลาลัมเปอร์ - กรุงเทพฯ เป็นอันจบทริปครับ

ขอบอกนิดหนึ่งนะครับ ว่าโรงแรมที่ผมจองข้างบนนี้มี Wifi ฟรีทุกโรงแรมครับ เพราะผมต้องทำงานเลยเลือกโรงแรมพวกนี้ แต่ทุกโรงแรมราคาถูกมากถึงมากที่สุดแล้วครับ เพราะต้องการประหยัดเงินครับ อิๆๆ ขอใ้ห้เที่ยวให้สนุกนะครับ ใครอยากถามข้อมูลเพิ่มเติม แอดผมมาในเฟซบุ๊คนะครับ http://www.facebook.com/akeadi  ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเดินทางนะครับ Line ID : luangkhai ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น